ออกตัวก่อนเลยนะคะ ผู้เขียนเองก็อยู่เลยหลักสี่แล้วค่ะและกำลังเตรียมตัวเตรียมใจเข้าสู่วัยเกษียณค่ะ กำลังหาข้อมูลเพื่อเตรียมพร้อม และอยากแบ่งปันเพื่อน ๆ ทั้งข้อมูลและแนวคิดค่ะ
จุดประสงค์ที่สำคัญของผู้เขียนคืออยากให้ตัวเอง และเพื่อน ๆ ผู้อ่านทุกท่านเข้าสู่วัยเกษียณแบบไม่ต้องเครียด ไม่ต้องกังวลมากจนเกิดภาวะซึมเศร้าค่ะ ข้อมูลในบทความนี้จะมีทั้งข้อมูลเชิงวิชาการ และบางส่วนเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเองนะคะ วัยนี้ไม่มีอะไรต้องเครียดแล้วค่ะ
พวกเราต้องเตรียมความพร้อมทั้งทางด้านร่างกายและด้านจิตใจนะคะ ด้านร่างกายก็คือสุขภาพนั่นเองค่ะ และยังเตรียมความพร้อมทางด้านการเงินซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากเลยค่ะ เพราะวัยเกษียณคือวัยที่รายได้ประจำไม่มีแล้ว เราจึงต้องเตรียมพร้อมล่วงหน้ากันค่ะ ดังที่เกริ่นไว้ว่าตอนนี้อายุเลยหลักสี่ไปแล้ว มาดูกันว่าจะเตรียมทันมั้ยนะ
มาเรื่องความพร้อมด้านการเงินก่อนละกันค่ะ ดูน่าจะเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะเข้าใจว่าผู้อ่านทุกท่านน่าจะคิดเหมือนกันคือ ไม่ต้องการรบกวนลูกหลาน ต้องการมีเงินเก็บอย่างน้อยสำหรับพอใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ถ้าลูกเขาให้เราก็ถือว่าเป็นส่วนที่เก็บไว้ใช้สำหรับเรื่องอื่นเช่น ท่องเที่ยว ทำบุญ หรือเก็บไว้คืนให้เขาในโอกาสพิเศษ เช่นซื้อของวันเกิด ของรางวัลวันรับปริญญาหลาน ของขวัญแต่งงาน มันเป็นความภูมิใจนะคะ ที่เป็นคุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยายที่ยังสามารถมอบของมีค่าให้ลูกหลานได้
ขั้นตอนเตรียมความพร้อมทางด้านการเงินคือเริ่มจากประมาณการอายุของตัวเองก่อน โดยดูจากอายุเฉลี่ยของญาติผู้ใหญ่ในครอบครัวของเราแต่อาจจะบวกเพิ่ม ไปอีกสัก 5 ถึง 8 ปี เนื่องจากปัจจุบันคนจะอายุยืนมากขึ้นค่ะ เช่นส่วนใหญ่คุณทวดเราจะอายุประมาณ 75 ปี อายุเราน่าจะประมาณ 80-85 ปีค่ะ
ขั้นตอนเตรียมความพร้อมทางด้านการเงินคือเริ่มจากประมาณการอายุของตัวเองก่อน โดยดูจากอายุเฉลี่ยของญาติผู้ใหญ่ในครอบครัวของเราแต่อาจจะบวกเพิ่ม ไปอีกสัก 5 ถึง 8 ปี เนื่องจากปัจจุบันคนจะอายุยืนมากขึ้นค่ะ เช่นส่วนใหญ่คุณทวดเราจะอายุประมาณ 75 ปี อายุเราน่าจะประมาณ 80-85 ปีค่ะ
ต่อไปให้วาดภาพการใช้ชีวิตตอนเกษียณของตัวเองว่าต้องการใช้ชีวิตแบบไหน เช่นถ้าต้องการใช้ชีวิตแบบเดิม เราก็รู้แล้วว่ารายจ่ายต่อเดือนประมาณเท่าไร นอกจากนี้บางคนอาจต้องการมีเงินสำหรับท่องเที่ยวต่างประเทศมีเงินใช้ในการทำบุญ และเงินเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพเพิ่มเติมอีกเป็นต้น ตอนนี้เรารู้แล้วว่า จากวันนี้เราจะมีชีวิตอยู่อีกกี่ปี มีรายจ่ายเท่าไรต่อเดือน และรายจ่ายอื่น ๆ รวมทั้งหมดเท่าไร ดังนั้น เราจึงรู้ว่านับจากวันนี้ไปจนถึงวันที่เราเกษียณอายุเราควรจะเก็บเงินให้ได้เท่าไร พอจะมองเห็นภาพกันแล้วใช่มั้ยคะ
จบเรื่องเครียดแล้วนะคะ ต่อไปเป็นเรื่องเตรียมความพร้อมด้านจิตใจ และสุขภาพค่ะ เรื่องสุขภาพไม่มีอะไรมากค่ะเพราะตอนนี้ทุกคนรู้กันอยู่แล้วว่าสุขภาพที่ดีมาจากการออกกำลังกายสม่ำเสมอ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ สำหรับวัยเราที่ต้องเพิ่มเติมคือ ต้องออกกำลังกายและรับประธานอาหารให้เหมาะสมกับวัยเท่านั้นเองค่ะ เรื่องนี้มีข้อมูลมากมายทั้งฟังจากคุณหมอ จากลูกหลาน จากสื่อสังคมออนไลน์ ส่วนใหญ่จะรู้กันหมดค่ะ อยู่ที่ว่าจะนำไปใช้หรือไม่ การออกกำลังกายขึ้นอยู่กับว่าขี้เกียจมั้ย การเลือกอาหารขึ้นอยู่กับว่าจะตามใจปากหรือเปล่า อันนี้ขึ้นอยู่กับวินัยของเราเองนะคะ
ต่อไปเรื่องสุดท้าย ขอใช้คำว่าเรื่องความบันเทิงด้านจิตใจละกันค่ะ ขอให้เราค้นหาตัวเองก่อนเลยค่ะว่าเราชอบอะไร วิธีหาก็ไม่ยากนะคะ คืออะไรก็ได้ที่เราทำแล้วเพลิดเพลินจนลืมเวลา ไม่อยากให้ใครมารบกวน ถึงแม้ทำแล้วไม่ได้เงินก็อยากจะทำ ทำแล้วอยากหาความรู้เพิ่มเติม หาข้อมูลเพิ่มเติมโดยไม่รู้สึกเบื่อ เช่น ชอบปลูกต้นไม้ ชอบงาน DIY ขอบวาดรูป ชอบดนตรี ชอบออกไปทำกิจกรรมกับชมรมต่างๆนอกบ้าน ชอบเล่นสมาร์ทโฟนซึ่งช่วยทำให้เพลิดเพลิน ฝึกสมองด้วย คลายเหงาช่วงกลางวันที่อยู่บ้านคนเดียวได้ดีค่ะ
พอรู้แล้วว่าเราชอบอะไรก็เตรียมความพร้อมไว้ค่ะ เพราะความชอบบางอย่างอาจเป็นสิ่งที่ทำแล้วเกิดรายได้ด้วยก็ยิ่งเป็นผลดีค่ะ เช่นชอบปลูกต้นไม้ ก็สามารถเพาะต้นไม้ขายได้ หาข้อมูล เตรียมวัสดุที่ต้องใช้หาแหล่งรับซื้อในตอนที่เราเดินทางเองไหวจะดีกว่าค่ะ หรือจะเป็นงาน DIY งานศิลปะ เราก็สามารถเตรียมสิ่งที่ต้องใช้ หาคอร์สเรียนเพิ่มเติม เลือกแบบที่ตั้งใจว่าอยากจะทำแล้วเตรียมวัสดุไว้ค่ะ ฝึกฝีมือไว้ตอนนี้พออายุมากขึ้นร่างกายจะเคลื่อนไหวไม่เป็นไปตามที่ใจคิดค่ะ แต่พอฝึกไว้มันจะเป็นความเคยชิน เช่นการร้อยด้ายใส่รูเข็ม ถึงแม้ตามองเห็นไม่ชัดแต่เมื่อเราชำนาญเราจะสามารถร้อยด้ายจากความเคยชินค่ะ

มีวิธีนึงที่ผู้เขียนใช้อยู่แล้วได้ผลดีมีความสุขมากคือ การเป็นแฟนคลับดาราค่ะ(ภาษาวัยรุ่นเค้าใช้คำว่า “ติ่ง” ) แค่หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเห็นหน้าดาราที่เราชอบก็ยิ้มแก้มปริแล้วค่ะ ถ้าใครไม่ชอบดาราก็อาจจะเป็นไอดอลต่าง ๆ ในสื่อโซเชียลก็ได้ค่ะหรือบางคนชอบสัตว์เลี้ยงน่ารัก ๆ แต่เราเลี้ยงเองไม่ได้ก็สามารถติดตามจากหลายช่องทางในอินเตอร์เน็ตได้ค่ะ เวลาอยู่บ้านคนเดียวไม่มีเหงาค่ะ ไม่ต้องคอยเฝ้ามองประตู เมื่อไรหลานจะกลับจากโรงเรียน เมื่อไรลูกจะกลับจากทำงาน เป็นการมีความสุขทางใจโดยไม่ต้องรอให้ลูกหลานมาคุยด้วยเราถึงจะมีความสุขได้ เพราะปัจจุบันเราก็รู้อยู่แล้วว่าเด็ก ๆ เค้าก็อยู่กับมือถือหรือหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นส่วนใหญ่ สนุกกว่าการเล่นกับคนแก่เป็นแน่ ลูกเราแม้กลับบ้านมาแล้วก็ยังเอางานกลับมาทำที่บ้านด้วยอีก เราเองก็ไม่อยากไปรบกวนเขาใช่มั้ยคะ

ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักจะเกรงใจลูกหลานไม่อยากไปรบกวนเวลา ไม่กล้าไปพูดคุยกลัวลูกจะยุ่ง และถ้าลูกหลานไม่ได้ช่วยกันดูแลจะยิ่งทำให้ผู้สูงอายุเสี่ยงที่จะเกิดภาวะซึมเศร้าค่ะ เมื่อสุขภาพใจไม่ดีจะมีผลกับสุขภาพกายแน่นอนค่ะ จะทำให้เราไม่อยากทำกิจกรรมใด ๆ และสุขภาพกายใจจะเสื่อมลงอย่างรวดเร็วค่ะ
ดังนั้น เราต้องเตรียมความพร้อมก่อนดีที่สุดค่ะ หวังว่าบทความนี้จะทำให้ผู้อ่านคลายความกังวลกับการเข้าสู่วัยเกษียณและสามารถเตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมพร้อม เข้าสู่วัยเกษียนได้อย่างมั่นใจนะคะ
ขอบคุณรูปภาพจาก website stocksnap.io และ pixabay











0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น